รู้แบบนี้แล้ว ขูดหินปูนกันเถอะ

ได้ยินกันบ่อยเหลือเกินกับคำว่าคราบหินปูนตามโฆษณาต่างๆ แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้จักคราบหินปูนจริงๆ ว่ามันคืออะไร ดีหรือไม่ดียังไงกับฟันของเรา ผมจะบอกให้ฟังครับ

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับเจ้าหินปูนกันก่อน หินปูนก็คือคราบน้ำลายที่รวมกับเศษอาหารที่ตกค้าง (หรือขี้ฟันนั่นเอง) สะสมจนตกตะกอนเกาะตามฟันและซอกฟัน รูปร่างหน้าตาของคราบหินปูนเนี่ยจะมีลักษณะเป็นคราบสีขาวขุ่นบางๆ พอสะสมกันมากเข้าก็จะหนาขึ้นๆจนเกิดเป็นก้อน อยู่ได้ทั้งด้านหน้าฟัน หลังฟัน ซอกฟัน โคนฟันเลยครับ แล้วมันก็ไม่สนด้วยว่าจะเป็นฟันจริงหรือฟันปลอม เจ้าหินปูนเกาะหมดครับ เกาะได้ทุกซี่เลย ส่วนมากจะเกาะด้านใน เพราะเป็นพื้นที่ๆแปรงเข้าไม่ค่อยถึงเท่าไหร่

ผมลอง list มาให้ดูเล่นๆว่าถ้าปล่อยให้หินปูนเกาะไปเรื่อยๆจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

  • เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ปล่อยไว้สุขภาพช่องปากมีปัญหาแน่ครับ
  • มีกลิ่นปาก เพราะคราบหินปูนเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย และแบคทีเรียก็เป็นสาเหตุของกลิ่นปากซะด้วยสิ
  • ฟันเหลืองไม่น่ามอง พอคราบหินปูนสะสมมากเข้าสีก็จะเข้มขึ้นเรื่อยๆครับ จนทำให้ฟันเราเหลืองไปเอง แปรงยังไงก็ไม่ขาวขึ้น
  • มีเลือดออกขณะแปรงฟัน บางคนไม่รู้ตัวว่ามีคราบหินปูนเกาะคิดว่าเป็นเศษอาหาร ก็พยายามแปรงแรงๆให้เศษอาหารหลุด แต่กลายเป็นได้แผลในช่องปากกับเลือดออกระหว่างแปรงฟันแทนครับ เพราะคราบหินปูนไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการแปรงฟัน 
- เหงือกบวม อันนี้ต่อเนื่องจากแปรงฟันแรงครับ คือ ทำให้เหงือกบวมด้วย
  • เหงือกร่น เจ้าหินปูนตัวร้ายนี่ล่ะครับ ที่ดันเหงือกของเราลง กดลงไปเรื่อยๆ ยิ่งหินปูนมากก็ยิ่งดันมาก ที่เราเรียกว่าเหงือกร่นนั่นล่ะครับ คือ เหงือกเราร่นลงไปนั่นเอง
  • ฟันโยก ข้อนี้ก็ต่อจากเหงือกร่นนั่นล่ะครับ คือ พอเหงือกร่นลงมากๆแล้ว ก็จะทำให้เหงือกยึดฟันได้น้อย เวลาใช้งานฟันก็จะมีโอกาสฟันโยกได้ครับ
  • ฟันห่าง ลองนึกภาพตามนะครับ เวลามีหินปูนมาเกาะที่ซอกระหว่างฟัน พอเริ่มสะสมเยอะขึ้น ใหญ่ขึ้น มันก็จะดันฟันให้ห่างกันๆ

เท่าที่ยกตัวอย่างมา ยังไม่เจอประโยชน์ของคราบหินปูนเลยครับ แล้วเราจะเก็บไว้ทำไม มากำจัดคราบหินปูนกันเถอะ แต่ต้องบอกก่อนว่า พอเกิดคราบหินปูนขึ้นแล้ว จะมาแปรงฟัน บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากก็คงไม่ทันซะแล้วครับ เพราะมันไม่ได้ผลแน่ๆ ต้องให้ทันตแพทย์ใช้เครื่องมือช่วยขูดหินปูนออกให้ครับ

ถ้าไม่อยากมีหินปูนเกาะฟันให้เสียบุคลิกล่ะก็ ต้องหมั่นรักษาสุขอนามัยในช่องปาก ด้วยการแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหารถ้าเป็นไปได้ อย่างน้อยก็ต้องตอนเช้าและก่อนเข้านอน ตรวจฟันทุกๆ 6 เดือน หากดูแลฟันดี ทันตแพทย์อาจนัดมาพบปีละครั้งก็ได้นะครับ ในทางกลับกัน ถ้าสุขภาพฟันของคุณอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ทันตแพทย์อาจจะนัดถี่กว่านั้นก็เป็นได้ครับ ทีนี้ฟันจะสวยไม่สวย ขึ้นอยู่กับตัวคุณแล้วล่ะ!

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top